วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

มีอะไรใน "ศึกมหกรรมมวย 9 ทัพ 9 เวที" ที่ราชบุรี



มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง วิทยาลัยมวยไทยศึกษาและการแพทย์แผนไทย และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง(กสม.) ได้ร่วมกันจัด "ศึกมหกรรมมวย 9 ทัพ 9 เวที" ขึ้นในวันศุกร์ที่ 25 ก.พ.2554 ระหว่างเวลา 09:00-17:00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้ในเมืองของมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ถนนเหลี่ยงเมือง ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งนับเป็นการจัดครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่ขาดแคลน ซึ่งในการจัดครั้งนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจในแต่ละเวทีดังนี้

เวทีที่ 1 เวทีกลาง*****
จัดโดย บริษัท เพชรยินดี บ๊อกซิ่ง โปรโมชั่น จำกัด ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 สี เวลา 15:00-17:00 น. โดยมีคู่มวยชกในเวทีนี้ 5 คู่เรียงลำดับดังนี้
  1. มวยไทยชิงแชมป์โลก สถาบัน AITMA (ของมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง) ระหว่าง สิงห์พยัคฆ์ ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง (นักศึกษา) กับ ทริสตัน แคนดิส (ชาวแคนาดา)
  2. มวยสากลพิเศษ 10 ยก (110 ปอนด์)  ระหว่าง คมพยัคฆ์  ป.ประมุข (แชมป์รุ่นไลท์ฟลายเวต WBC) กับ โรเลน เดล คัสติลโย่ (ชาวฟิลิบปินส์)
  3. การป้องกันตำแหน่งแชมเปี้ยนโลกเยาวชนสภามวยโลก WBC รุ่นไลท์ฟลายเวต (105 ปอนด์) ครั้งที่ 2****** ระหว่าง ยอดมงคล  ซีพีเฟรชมาร์ท (แชมป์โลกเยาวชน รุ่นไลท์ฟลายเวต WBC) กับ ลิออนเนล มาร์ค ดูรัน (ผู้ท้าชิงชาวฟิลิบปินส์)
  4. มวยสากลพิเศษ 10 ยก (125 ปอนด์) ระหว่าง เม็ดเงิน ซีพีเฟรชมาร์ท (อดีตแชมป์โลก รุ่นฟลายเวต สภามวยโลก WBC) กับ พิชิต ทวินยิมส์
  5. มวยสากลพิเศษ 10 ยก (147 ปอนด์) ระหว่าง สภาเพชร ส.สกาวรัตน์ (แชมเปี้ยนมวยสากลรุ่นไลท์เวต เวทีลุมพินี) กับ เด่นกมล ภักดียิมส์
เวทีที่ 2 เวทีศิลปะมวยไทย
การแข่งขันในเวทีนี้ประกอบด้วยการแข่งขันไหว้ครู ทักษะมวยและการร่ายรำการไหว้ครู เริ่มแข่งขันรอบแรกเวลา 10:00-12:00 น. และรอบชิงเวลา 13:00-15:00 น. 

เวทีที่ 3 เวทีออกกำลังกายมวยไทย
เป็นการนำท่าทางของมวยไทยกับการไหว้ครูทักษะของกีฬามวยไทย ศิลปะมวยไทย มาเป็นท่าทางประกอบโดยใช้เพลงหรือดนตรีมาประกอบ เริ่มมาจากออกกำลังกายโดยใช้ "แม่ไม้มวยไทย" ต่อมาพัฒนาเป็น "มวยไทยแอโรบิค" ต่อมาพัฒนาเป็น "คีตะมวยไทย" จนปัจจุบันกลายเป็น "นาฎมวยไทย" เริ่มแข่งขันรอบแรกเวลา 10:00-12:00 น. และรอบชิงเวลา 13:00-15:00 น.

ภาพจำลองประกอบบทความ
เวทีที่ 4 เวทีมวยคาดเชือก*****
เป็นการชกมวยไทยในสมัยโบราณ โดยใช้เชือกพันที่หมัดทั้งสองแทนการใช้นวม ปัจจุบันยังมีชกกันอยู่ในประเทศพม่า ส่วนในประเทศไทยใช้้ชกเป็นการแสดงเท่านั้น การชกมวยในเวทีนี้ เริ่มการแข่งขันเวลา 16:00-18:00 น. มีด้วยกัน 4 คู่ เป็นชาวไทย กับ ชาวพม่าแท้  เรียงลำดับ ดังนี้
  1. รุ่น 50 กก. ระหว่าง พงษ์เพชร  เพชรลำจวน (ไทย) กับ จ่อแฮ  เมียวดี (พม่า)
  2. รุ่น 55 กก. ระหว่าง เบียร์ทอง เพชรลำจวน (ไทย) กับ ซิอ่อง ผาอ่าง (พม่า)
  3. รุ่น 60 กก. ระหว่าง กวางเงิน บ.ข.ส.(ไทย) กับ เรมิตอ ย่างกุ้ง (พม่า)
  4. รุ่น 50 กก. ระหว่าง สิงหา เพชรลำดวน (ไทย) กับ เสน่ห์หล่อ ผาอ่าง (พม่า)
เวทีที่ 5 เวทีมวยไทยนานาชาติ*****
เป็นการชกมวยไทยแบบอาชีพ แต่มีผู้ชกเป็นชาวต่างชาติ ต้องมีการไหว้ครูและร่ายรำตามศิลปะประเพณีของไทย แบ่งเป็น 5 ยก ยกละ 3 นาที  พักยกละ 2 นาที การชกมวยในเวทีนี้ เริ่มเวลา 15:30-17:30 น. มีด้วยกัน 8 คู่ ชิงถ้วยรางวัลไหว้ครูสวยงามและศิลปะมวยไทย เรียงลำดับคู่ดังนี้
  1. EDWARD LERBOL กับ SAM ศิษย์สมหมาย
  2. TAKACHILO CHINYA กับ ไข่มุกดำ สพล.สมุทรสาคร
  3. ELIAS ศิษย์ครูเจ๋ง กับ TAKACHI บ้านมวยไทย
  4. ยูริโกะ  แก้วสัมฤทธิ์ กับ น้องแอ้ม  จักรพันธ์ทัวร์
  5. เทซี่ ศิษย์ชะมวง กับ พอลล่า  บ้านมวยไทย
  6. เสือ แก้วสัมฤทธิ์ กับ LION ส.วุฒิชัย
  7. PETER GONCZ กับ รุ่งเพชร  ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง
  8. HUNTER แก้วสัมฤทธิ์ กับ แสนอิสาน จ.เกียรติชนก 
เวทีที่ 6 เวทีมวยไทยสมัครเล่น
เป็นการแข่งขันชกมวยไทยโดยใช้ระเบียบกติกาของสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ผู้ชกจะต้องสวมเครื่องป้องกันศีรษะ ลำตัว ศอก หน้าแข้ง หากเป็นหญิงต้องเพิ่มเครื่องป้องกันหน้าอก ท้องน้อยและอวัยเพศ การแข่งขันเวทีนี้เริ่มการแข่งขัน 16:00-17:30 น. มีคู่มวยทั้งหมด 8 คู่ เรียงลำดับดังนี้
  1. รุ่น 42 กก. ระหว่าง สหรัฐ  จรูญผล (ทีมภาคกลาง) กับ อนุสรณ์ อินทรีย์ (ทีมภาคตะวันตก)
  2. รุ่น 45 กก. ระหว่าง อธิการ แพทย์ผล (ทีมภาคกลาง) กับ หฤทธิ์ อภิบาลศรี (ทีมภาคตะวันตก)
  3. รุ่น 47 กก. ระหว่าง นิลพญา ส.โสพิศ (ทีมถาคกลาง) กับ น้องบิน 13 เหรียญรีสอร์ท (ทีมภาคตะวันตก)
  4. รุ่น 48 กก. ระหว่าง จิราวัฒน์  มาใบ (ทีมภาคกลาง) กับ วิทวัส  ตรีรัตน์ (ทีมภาคตะวันตก)
  5. รุ่น 51 กก. ระหว่าง ศิริเดช ดีบุก (ทีมภาคกลาง) กับ ศุภชัย  เหมทรัพย์ (ทีมภาคตะวันตก)
  6. รุ่น 54 กก. ระหว่าง วุฒิกรณ์  พัฒนา (ทีมภาคกลาง) กับ อดิศักดิ์  สาระวัน (ทีมภาคตะวันตก)
  7. รุ่น 57 กก. ระหว่าง วีระวัฒน์ สุขชัยศรี (ทีมภาคกลาง) กับ วาธพร  คำสุนทร (ทีมภาคตะวันตก)
  8. รุ่น 60 กก. ระหว่าง สมชาย  สพล.สมุทรสาคร (ทีมภาคกลาง) กับ จักรินทร์  ปดิฐพร (ทีมภาคตะวันตก)
ภาพจำลองประกอบบทความ

เวทีที่ 7 เวทีมวยไทยหญิง*****
เป็นการแข่งขันมวยไทยหญิงประเภทอาชีพ เริ่มการแข่งขันระหว่าง 16:00-18:00 น. มีด้วยกันทั้งหมด 8 คู่ และในรุ่น 53 กก.เป็นการชิงแชมป์มวยไทยหญิง 9 ทัพด้วย คู่ชกต่างๆ มีดังนี้ 
  1. รุ่น 49 กก. ระหว่าง น้องบิว ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง กับ น้องมิ้ว 13 เหรียญรีสอร์ท
  2. รุ่น 49 กก. ระหว่าง โสนน้อย ส.บุษบา กับ สาวเมืองอินทร์ ส.โสพิศ
  3. รุ่น 50 กก. ระหว่าง น้องปราย ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง กับ เชือดนิ่มนิ่ม ศิษย์เกรียงไกร
  4. รุ่น 50 กก. ระหว่าง เพชรลัดดา ม.กรุงเทพธนบุรี กับ  น้องอาย อ.วันเชิด
  5. รุ่น 51 กก. ระหว่าง น้องเมล์ ไร่อ้อยเนตรนคร กับ น้องกิ๊บ อ.วันเชิด
  6. รุ่น 52 กก. ระหว่าง น้องมาย  ศิษย์ประกายฟ้า กับ แก่นแก้ว  ศรีกุมาร
  7. รุ่น 53 กก. ระหว่าง น้องบี ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง กับ อารีย์ ส.ธรรมจักร
  8. รุ่น 53 กก. ชิงแชมป์มวยไทยหญิง 9 ทัพ  ระหว่าง ฟ้าสีทอง ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง กับ น้องแนน เดชรัตน์*******
เวทีที่ 8 เวทีสาธิตมวยโบราณ
เริ่มสาธิต  14:00-15:30 น. อาทิ
  • มวยตับจาก ซึ่งเป็นกีฬาพื้นบ้านยอดนิยมของภาคตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.ชลบุรี เพราะเนื่องจากในอดีตมีการปลูกต้นจากเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันกีฬาประเภทนี้สูญหายไปด้วยเหตุที่ป่าจากมีการปลูกลดลง อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน คือ ใบจากแห้งมาก ปูให้ทั่วพื้นเวทีและเชือกสำหรับขึงเวทีด้วย เวลาเหยียบจะได้ยินเสียงดังกรอบแกรบ ในการแข่งขันจะผูกตาด้วยผ้า มีกรรมการคอยให้สัญญาณเริ่ม นักมวยจะเดินเข้าหาคู่ต่อสู้แล้วต่อสู้กันโดยฟังเสียงจากการเดินและต่อย ใครต่อยเข้าเป้าหรือโดนคู่ต่อสู้ ตามหลักเกณฑ์การให้คะแนน
  • มวยกระพรวน การแข่งขันมวยกระพรวน กติกาคล้ายๆ กับมวยตับจากแต่มวยกระพรวนจะมีกระพรวนผูกที่ข้อเท้าเพื่อฟังเสียงคู่ต่อสู้ว่าอยู่ทางด้านไหน เพื่อเข้าไปหต่อยคู่ต่อสู้ หลักเกณฑ์การให้คะแนนก็ใกล้เคียงกัน
  • มวยไทยไชยา อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี  มีชื่อเสียงมากในสมัยรัชกาลที่ 2 มวยไชยาเป็นศิลปะป้องกันตัว มวยไชยามีลีลางดงามประกอบด้วยวิชาที่ผสมผสานกับอวัยวุธอย่างกลมกลืน และเป็นที่นิยมในปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยเป็นการสั่งสมและมีระเบียบการเรียนการสอน สามารถใช้โจมตีได้อย่างมั่นใจ รวมถึงมีหลักการการป้องกันตัวด้วย ดังมีคำกลอนว่า "หมัดดีโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา"  มีมวยฝีมือดี จนได้รับการยกย่องว่าเป็น เมืองมวย
เวทีที่ 9 เวทีมวยทะเล
เป็นการละเล่นพื้นบ้านของไทยสามารถเล่นได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งมีวิธีการเล่นที่แตกต่างจากมวยทั่วๆ ไปคือ จะชกต่อยกันอยู่บนไม้กระดานแผ่นเดียว และถ้าใครตกลงมาจากไม้กระดานก็จะถือว่าคนน้นเป็นฝ่ายแพ้ ส่วนสถานที่เล่นนั้นก็จะเป็นในน้ำหรือริมทะเล เริ่มการแข่งขัน เวลา 13:00-15:00 น.

กิจกรรมอื่นๆ
การประกวดวาดภาพระบายสี, นิทรรศการวิชาการเกี่ยวกับมวยไทย, การจำหน่ายของที่ระลึก ฯลฯ

ศึกมหกรรมมวย 9 ทัพ 9 เวที นี้ เปฺิดให้เข้าชม ฟรี! 
ส่วนที่มาของรายได้ก็คือ จากสปอนด์เซอร์ผู้ให้การสนับสนุน และผู้มีจิตศรัทธาบริจาค และการจำหน่ายบัตร VIP  ในเวทีที่ 1 เวทีกลาง

อ่านต่อ >>

วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2554

จอมบึงมาราธาธอน-เสือภูเขา ตำนานการวิ่งชาวบ้านสู่มาตรฐานสากล

สสส.จอมบึงมาราธอน ปีที่ 26
26th Thai Health Chom Bueng Marathon 2011

งานวิ่งประเพณีของชาวบ้านที่มีมารตฐานสากล ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn Trophy)

ในปีที่ 26 นี้จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 ม.ค.2554 เริ่มแข่งขันเวลา 04:00 น.  ณ บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี แบ่งประเภทการแข่งขัน ดังนี้
  • มาราธอน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร
  • ครึ่งมาราธอน  ระยะทาง 21.1 กิโลเมตร
  • มินิมาราธอน ระยะทาง 9 กิโลเมตร
  • การเดินเพื่อสุขภาพ (ไม่มีการแข่งขัน)
ก่อนที่จะถึงวันแข่งขันได้จัดให้มีกิจกรรมล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 14 และ 15 ม.ค.2554 โดยมีกิจกรรมย่อยเช่น นิทรรศการและกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา  กิจกรรมรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพ การสาธิตการออกกำลังกายประเภทต่างๆ การรณรงค์ "จอมบึงเมืองจักรยาน" กิจกรรม "คนราชบุรีว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำปลอดภัย" กิจกรรม "สวนสร้างสุข : Healthy Park" การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ออกกำลังกาย (เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์กีฬา) กิจกรรมการออกกำลังกายสำหรับเด็ก : KID FUN RUN การประชุมวิชาการสำหรับนักวิ่งเพื่อสุขภาพ และเสน่ห์ที่สำคัญคือ การรับประทานอาหารเย็นและชมการแสดงทางวัฒนธรรม ดนตรี  ร่วมกันของบรรดาเหล่านักวิ่งเพื่อสุขภาพทั้งหลาย ที่เวทีบรเวณเชิงเขา ในช่วงเย็นวันที่ 15 ม.ค.2554

ความสำเร็จของการแข่งขันวิ่งจอมบึงมาราธาธอน-เสือภูเขาที่เห็นในวันนี้ เริ่มมาจากตำนานการวิ่งประเพณีของชาวบ้านเล็กๆ จนเป็นการแข่งขันวิ่งในระดับมาตรฐานสากลของประเทศและของโลก ล้วนต้องใช้เวลาในการสั่งสมมานานนับปี  ดังตำนานกล่าวขาน ที่ถูกบันทึกไว้ดังนี้

ตำนาน
จอมบึงมาราธอน เป็นงานวิ่งที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากนักวิ่งเพื่อสุขภาพทั่วประเทศ ก่อกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2529 โดยอาจารย์ของวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงกลุ่มหนึ่งที่มีความสนใจการวิ่งเพื่อสุขภาพ ครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมไม่ถึง 100 คน เก็บค่าสมัครคนละ 20 บาท เบอร์วิ่งทำขึ้นเองจากผ้าด้ายดิบ เขียนตัวเลขด้วยสีน้ำมัน ระยะทางวิ่ง 10 กม. จุดเริ่มต้นอยู่ที่ถ้ำเขาบิน และเส้นชัยอยู่ที่ถ้าจอมพล

คุณธิดา สนเจริญ
จอมบึงมาราธอน 2553
ภาพโดยคุณรุจน์
ที่มา PATrunning
จากวันนั้นงานวิ่งเล็ก ๆ ที่จอมบึง ก็ถูกจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม จนกลายเป็นประเพณีของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงและชาวจอมบึง ตลอดจนนักวิ่งเพื่อสุขภาพจากทั่วประเทศ ที่กล่าวขานกันว่า "ใครไม่เคยวิ่งสนามจอมบึง ไม่ใช่นักวิ่งที่แท้จริง"

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีมากกว่า 5,000 คน ทุกปี งานวิ่งมาราธอนในระยะเริ่มแรก เป็นการจัดการแข่งขันวิ่งบนถนน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 เพิ่มระยะทาง 21.1 ก.ม. เข้าไปด้วย ชื่อการวิ่งจึงเปลี่ยนเป็น "จอมบึงครึ่งมาราธอน" ต่อมาในปี พ.ศ.2542 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ 72 พรรษา คณะกรรมการจัดการแข่งขันจึงเพิ่มการวิ่งมาราธอน ระยะทาง 42.195 ก.ม. ขึ้นอีกระยะหนึ่ง ชื่องานจึงเปลี่ยนเป็น "จอมบึงมาราธอน" จนถึงปัจจุบัน

ส่วนการจัดการแข่งขันจักรยานจอมบึงเสือภูเขานั้น มหาวิทยาลัยฯ เริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 ด้วยเจตนาที่จะนำจักรยานมาเป็นเครื่องมือ "ประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ กายและจิตใจแจ่มใสสมบูรณ์" ในปีแรกมีนักจักรยานเข้าร่วมแข่งขัน 150 คัน และเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี สถิตินักจักรยานมากที่สุดอยู่ในปี พ.ศ. 2541 มีจำนวน 765 คัน ประเภทการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาเป็นประเภท "ครอสคันทรี่ "

ฯพณฯ พลเอกวิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีและนายกสมาคมนักวิ่งเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย กล่าวไว้เมื่อครั้งเป็นประธานการแข่งขันจอมบึงมาราธอนปี พ.ศ.2541 ว่า "ความสำเร็จของการจัดการแข่งขันจอมบึงมาราธอนอยู่ที่การมีทีมงานที่มีประสิทธิภาพ และมีการบริหารจัดการที่ดี"

นักวิ่งจำนวนมากกล่าวถึงสนามจอมบึงว่า เป็นสนามต้นแบบของการจัดวิ่ง เพราะที่นี้คือ การริเริ่มให้มีงานเลี้ยงสังสรรค์นักกีฬาในเย็นวันเสาร์ก่อนจะแข่งขันในวันรุ่งขึ้น ด้วยเหตุผลว่านักวิ่งจำนวนมากต้องเดินทางมาพักค้างคืนล่วงหน้า และไม่สะดวกในการหาอาหารรับประทาน งานเลี้ยงสังสรรค์จึงเป็นสีสันที่สร้างความประทับใจให้กับนักวิ่งตลอดมา

การต้อนรับและการเชียร์ เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้จอมบึงมาราธอนมีมนต์ขลังต่อการทำให้นักวิ่งกลับมาวิ่งที่นี้อีกอย่างไม่รู้สึกเบื่อ จุดเด่นด้านนี้ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อชุมชนบนเส้นทางแข่งขันออกมามีส่วนร่วม ต้อนรับ เชียร์ และบริการน้ำดื่ม ตลอดเส้นทางแข่งขัน 42.195 ก.ม.

ธรรมชาติและบรรยากาศกลางเดือนมกราคมที่อากาศเย็นสบาย ก็มีส่วนอย่างมากในการสร้างความประทับใจแก่นักวิ่ง ประกอบกับเส้นทางแข่งขันที่ปลอดจากยวดยานและมลพิษ อันเกิดจากการดูแลอย่างดียิ่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรอำเภอจอมบึง จนมีการนำไปกล่าวอ้างเป็นแบบอย่างในการจัดแข่งขัน ณ สนามอื่น ๆ

รางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นสิริมงคลอันสูงยิ่งของการแข่งขันจอมบึงมาราธอน - จอมบึงเสือภูเขา นับเป็นเกียรติที่ชาวจอมบึงและนักวิ่งเพื่อสุขภาพซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ และมุ่งมั่นรักษาการแข่งขันรายการนี้ไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป

ความสำเร็จของ "จอมบึงมาราธอน - จอมบึงเสือภูเขา" ที่ผ่านมาเกิดจากปัจจัยด้าน "ทีมงาน" และ "การบริหารจัดการที่ดี" ตามคำกล่าวอ้างของ ฯพณฯ พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ จริง ๆ เพราะงานของการจัดงานวิ่งที่จอมบึงมิใช่เกิดจากใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นทีมงานที่มีเครือข่ายอันกว้างขวางครอบคลุมทั้งบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง อันประกอบด้วย ผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา เจ้าหน้าที่ และศิษย์เก่า นอกจากนั้นเครือข่ายของการมีส่วนร่วมยังขยายวงกว้างไปถึงข้าราชการและประชาชน ตลอดจนเยาวชนในท้องถิ่นอีกด้วย

ด้วยระบบการบริหารจัดการที่ดี งานจอมบึงมาราธอน - จอมบึงเสือภูเขา จึงได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณและการสนับสนุนรูปแบบต่างๆ ช่วยให้งานดำเนินมาได้ถึง 26 ปี (นับถึง พ.ศ. 2554) และจะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
  
ภาพโดยคุณรุจน์
ที่มาของภาพ PATrunning
สสส.จอมบึงมาราธอน ปีที่ 26
เป็นความมุ่งมั่น   ตั้งใจของมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง มูลนิธิวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง และประชาชนชาวจอมบึงทั้งมวล ที่จะสะท้อนเสียงเรียกร้องจาก "หมู่บ้านจอมบึง" ไปสู่หมู่บ้านอีกกว่า 8 หมื่นหมู่บ้านทั่วประเทศ ให้เห็นคุณค่าของการมีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อลดภาวะโรคเรื้อรัง ภายใต้คำขวัญที่ว่า
"ชวนขยับทั้งประเทศ : THAILAND on the MOVE"

หมายเหตุ
  • คลิกชมข้อมูลการแข่งขัน การสมัคร และการเดินทาง ได้ที่ www.thaijoggingclup.net
  • ติดต่อสอบถาม ผศ.จิรศักดิ์  เอี่ยมพงษ์ไพฑูรย์ โทร.08-1880-5612, อ.ณรงค์ เทียมเมฆ โทร.08-4674-3311, คณอมรา  สังข์วงศ์ โทร.0-2272-0142, 08-1658-4704 และนายอนันต์ ชัยขรรค์ โทร.08-7096-7264  
ภาพโดยคุณรุจน์ ที่มาของภาพ PATrunning

ที่มาข้อมูล
  • มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง. (2554). สสส.จอมบึงมาราธอน : จอมบึงเสือภูเขา. [Online]. Available :http://www.mcru.ac.th/marathon/. [2554 มกราคม 2 ].
  • มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง. (2553). สสส.จอมบึงมาราธอน ปีที่ 26 : แผ่นพับประชาสัมพันธ์. แจกจ่ายเมื่อ 28 ธ.ค.2553.
อ่านต่อ >>