วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

จังหวัดราชบุรีเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาชาวไทยภูเขาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 23

การแข่งขันกีฬาชาวไทยภูเขาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 23 ประจำปี 2554 "พญาผึ้งเกมส์"
จังหวัดราชบุรีในสมัย นายสุเทพ โกมลภมร ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้รับความไว้วางใจจาก กรมพลศึกษา กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ให้เป็นเจ้าภาพจัด การแข่งขันกีฬาชาวไทยภูเขาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 23 ประจำปี 2554  ขึ้นในระหว่างวันที่ 6-10 พฤษภาคม พ.ศ.2554 โดยใช้ชื่อเกมส์ว่า "พญาผึ้งเกมส์" และใช้สนามกีฬาต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีเป็นสนามแข่งขัน กระทำพิธีเปิดและปิดที่สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี 

ประวัติการแข่งขัน
การแข่งขันกีฬาชาวไทยภูเขานี้ เริ่มต้นมาจาก การแข่งขันกีฬาชาวดอย ซึ่งจัดต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ครั้งที่ 1-18 ดำเนินการโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย  ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูประบบราชการ พ.ศ.2545 จึงได้มีการโอนภารกิจการจัดการแข่งขันกีฬาชาวดอย ให้แก่ สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ (กรมพลศึกษาเดิม) ดำเนินในปี พ.ศ.2549 เป็นต้นมา และได้เปลี่ยนชื่อเกม เป็นการแข่งขันกีฬาชาวไทยภูเขา แห่งประเทศไทย โดยมีรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้

  • กีฬาชาวดอย ครั้งที่ 1 จัดขึ้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อ พ.ศ.2529
  • ...............ฯลฯ.......................... 
  • กีฬาชาวดอย ครั้งที่ 18 (ครั้งสุดท้ายก่อนเปลี่ยนชื่อเกมส์) จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อ พ.ศ.2548
  • กีฬาชาวไทยภูเขา ครั้งที่ 19 จัดขึ้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พ.ศ.2549 (สำนักการกีฬาและนันทนาการ เป็นผู้รับผิดชอบ ต่อจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย)
  • ................ฯลฯ.......................
  • กีฬาชาวไทยภูเขา ครั้งที่ 22 "นครเชียงใหม่ ไทยภูเขาเกมส์"  จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.2553 (ครั้งนี้ สำนักงานการกีฬาและนันทนาการ เปลี่ยนชื่อกลับเป็นชื่อเดิมคือ กรมพลศึกษา) 
  • กีฬาชาวไทยภูเขา ครั้งที่ 23  "พญาผึ้งเกมส์" จัดขึ้นที่จังหวัดราชบุรี ระหว่าง 6-10 พ.ค.2554
  • เจ้าภาพครั้งต่อไปคือ จังหวัดเลย 


วัตถุประสงค์การจัดการแข่งขัน
  1. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนกลุ่มนี้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยสร้างสุขภาพพลานามัย ให้รู้จักการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี
  2. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนกลุ่มนี้เข้าใจถึงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
  3. เพื่อเป็นการลดช่องว่างระหว่างชนกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในเมืองกับชนกลุ่มชาวไทยภูเขา และทำให้ชนกลุ่มนี้ รู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของประชากรในประเทศไทย
  4. เพื่อเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี การมีระเบียบวินัย ให้กับชาวไทยภูเขา
  5. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนกลุ่มนี้ ซึ่งเป๋นประชากรกลุ่มใหญ่ที่อยู่ตามตะเข็บชายแดนของประเทศไทย ให้มีศักยภาพจะเป็นภูมิคุ้มกันให้กับประเทศชาติอีกทางหนึ่ง


ตราสัญลักษณ์การแข่งขัน

สัญลักษณ์การแข่งขัน
ความหมาย  โอ่งมังกรมาจากการที่จังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมผลิตเครื่องเคลือบดินเผาที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะโอ่งมังกร ซึ่งมีประวัติการผลิตที่ยาวนาน และเป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดราชบุรีในปัจจุบัน
คบเพลิง คือ ความรุ่งโรจน์ ความเจริญก้าวหน้า
เปลวไฟ คือ การเริ่มต้นการแข่งขันกีฬาชาวไทยภูเขา
ภูเขา คือ ความอุดมสมบูรณ์ของภูเขาธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอสวนผึ้ง
ดอกไม้ คือ ความสวยงามของจังหวัดราชบุรี ที่มีคำขวัญ "คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง"
โอ่ง คือ การประกอบอาชีพของชาวจังหวัดราชบุรี ทั้งเกษตรกรรม หัตถกรรม ที่แสดงถึงการเป็นนักต่อสู้มีความอดทน ไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เช่นเดียวกับนักกีฬาทุกคน ที่พร้อมใจกันสร้างพลังแห่งการแข่งขัน และรวมพลังเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาฯ  ในครั้งนี้
โอ่งและคบเพลิง คือ ความชื่นชมยินดีต้อนรับและความมีน้ำใจของนักกีฬาทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้

ความหมายของสี
สีน้ำเงิน คือ จุดรวมใจของชาวไทยภูเขา
สีแดง คือ พลังและความกล้าหาญ
สีเขียว คือ ความอุดมสมบูรณ์ของภูเขาธรรมชาติ
สีฟ้า คือ พลังของการสร้างสรรค์ในการแข่งขันกีฬาชาวไทยภูเขา
สีเหลือง คือ ความสนุกสนาน ร่าเริง มิตรภาพ และรอยยิ้ม
สีดำ คือ กลุ่มพลังนักกีฬาชาวไทยภูเขาทุกคน

สัญลักษณ์นำโชค-พญาผึ้ง


สัญญลักษณ์นำโชค - พญาผึ้ง
พญาผึ้ง เป็นตัวแทนของความขยัน การอยู่ร่วมกัน และการสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ
ความหมาย ประชาชนชาวไทยภูเขาจังหวัดราชบุรี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เป็นนักต่อสู้ชีวิต อดทน รักความสามัคคีในกลุ่มชาวไทยภูเขา และไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบากที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของเขา


ชนิดกีฬาที่ทำการแข่งขัน (สนามแข่งขัน) ได้แก่ 
  1. เซปัคตะกร้อ (สนามวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี)
  2. ฟุตบอล 7 คน (สนามกีฬากลาง จ.ราชบุรี และสนามกีฬาในค่ายบุรฉัตร)
  3. เปตอง (สนามตลาดเมืองทอง)
  4. วอลเล่ย์บอล (โรงยิมเนเซี่ยมสนามกีฬากลาง จ.ราชบุรี)
  5. กรีฑา ประกอบด้วย ประเภทลู่-วิ่ง 100,200,400,800,1,500 เมตร ประเภทลาน-กระโดดสูง กระโดดไกล (สนามกีฬากลาง จ.ราชบุรี)
  6. กีฬาพื้นบ้าน ประกอบด้วย วิ่งแบกก๋วย วิ่งขาหยั่ง ยิงหน้าไม้  ขว้างลูกข่าง ชักเย่อ ขว้างสากมอง กลิ้งครก พุ่งหอกซัด ตักน้ำใส่กระบอก ขว้างมีดสั้น และเป่าลูกดอก (สนามกีฬา อ.สวนผึ้ง)

จังหวัดที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน รวม 20 จังหวัด ได้แก่
  1. กาญจนบุรี  นักกีฬา ชาย 55 คน หญิง 41 คน เจ้าหน้าที่ 45 คน รวม 141 คน
  2. กำแพงเพชร (เท่ากับข้อ 1)
  3. เชียงราย (เท่ากับข้อ 1)
  4. เชียงใหม่ (เท่ากับข้อ 1)
  5. ตาก (เท่ากับข้อ 1)
  6. น่าน นักกีฬา ชาย 42 คน หญิง 30 คน เจ้าหน้าที่ 28 คน รวม 100 คน
  7. ประจวบคิรีขันธ์  นักกีฬา ชาย 41 คน หญิง 36 คน เจ้าหน้าที่ 38 คน รวม 115 คน
  8. พะเยา (เท่ากับข้อ 1)
  9. พิษณุโลก (เท่ากับข้อ 1)
  10. เพชรบุรี  นักกีฬา ชาย 53 คน หญิง 41 คน เจ้าหน้าที่ 43 คน รวม 137 คน
  11. เพชรบูรณ์ (เท่ากับข้อ 1)
  12. แพร่ (เท่ากับข้อ 1)
  13. แม่ฮ่องสอน (เท่ากับข้อ 1)
  14. ลำปาง นักกีฬา ชาย 36 คน หญิง 35 คน เจ้าหน้าที่ 27  คน รวม 98 คน
  15. ลำพูน นักกีฬา ชาย 53 คน หญิง 41 คน เจ้าหน้าที่ 45 คน รวม 139 คน
  16. เลย (เท่ากับข้อ 1)
  17. สุโขทัย (เท่ากับข้อ 1)
  18. สุพรรณบุรี (เท่ากับข้อ 1)
  19. อุทัยธานี นักกีฬา ชาย 55 คน หญิง 41 คน เจ้าหน้าที่ 25 คน รวม 121 คน
  20. ราชบุรี (เท่ากับข้อ 1)
    รวมทั้งสิ้น นักกีฬา ชาย 1,050 คน หญิง 798 คน เจ้าหน้าที่ 836 คน รวม 2,674 คน

สถานที่พักนักกีฬาและเจ้าหน้าที่
  1. โรงเรียนเทศบาล 1 (วัดสัตนาถปริวัตร) จังหวัดลำปาง, ลำพูน
  2. โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดช่องลม)  จังหวัดกาญจนบุรี, สุพรรณบุรี
  3. โรงเรียนเทศบาล 3 (วัดเทพอาวาส) จังหวัดกำแพงเพชร, ตาก
  4. โรงเรียนเทศบาล 4 (วัดมหาธาตุวรวิหาร) จังหวัดน่าน, อุทัยธานี
  5. โรงเรียนเทศบาล 5 (พหลโยธินรามิทรภักดี) จังหวัดเชียงราย, แม่ฮ่องสอน, เลย
  6. โรงเรียนวัดเขาวัง (แสง ช่วงสุวนิช) จังหวัดราชบุรี
  7. โรงเรียนอนุบาลราชบุรี จังหวัดแพร่
  8. โรงเรียนวัดดอนตะโก จังหวัดสุโขทัย
  9. โรงเรียนวัดดอนแจง  จังหวัดพะเยา
  10. โรงเรียนวัดท้ายเมือง จังหวัดเชียงใหม่
  11. โรงเรียนวัดบางลี่ จังหวัดเพชรบุรี
  12. โรงเรียนวัดอรัญญิกาวาส จังหวัดประจวบคิรีขันธ์
  13. โรงเรียนวัดเจติยาราม จังหวัดพิษณุโลก
  14. วัดอัมรินทราราม (วัดตาล) จังหวัดเพชรบูรณ์

บุคคลที่ได้รับเกียรติเชิดชูในพิธีเปิดการแข่งขันฯ 
เมื่อ 6 พ.ค.2554 ณ สนามกีฬากลาง จ.ราชบุรี เวลา 16:00-18:30 น.
(ดูรายละเอียดประวัติแต่ละท่าน)
  • นักกีฬาวิ่งคบเพลิง นายกิตติคม เทิดสกุลธรรม (สุข),นายสามารถ  พอชู และ น.ส.อมรรัตน์ จั๊บโปรย
  • นักกีฬาอาวุโส นายนิคม ศรรีคำ
  • ผู้แทนผู้ตัดสินกีฬา นายพรรณชัย  เจนนพกาญจน์

เพลงประจำการแข่งขัน  เพลง "พญาผึ้งเกมส์" (ดูรายละเอียดเนื้อเพลง)


*******************************************************


ที่มาข้อมูล
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี. (2554). สูจิบัตรการแข่งขันกีฬาชาวไทยภูเขาครั้งที่ 23 ประจำปี 2554. ไม่ทราบที่พิมพ์ (ดูภาพหนังสือ)


อ่านต่อ >>

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

มีอะไรใน "ศึกมหกรรมมวย 9 ทัพ 9 เวที" ที่ราชบุรี



มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง วิทยาลัยมวยไทยศึกษาและการแพทย์แผนไทย และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง(กสม.) ได้ร่วมกันจัด "ศึกมหกรรมมวย 9 ทัพ 9 เวที" ขึ้นในวันศุกร์ที่ 25 ก.พ.2554 ระหว่างเวลา 09:00-17:00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้ในเมืองของมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ถนนเหลี่ยงเมือง ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งนับเป็นการจัดครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่ขาดแคลน ซึ่งในการจัดครั้งนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจในแต่ละเวทีดังนี้

เวทีที่ 1 เวทีกลาง*****
จัดโดย บริษัท เพชรยินดี บ๊อกซิ่ง โปรโมชั่น จำกัด ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 สี เวลา 15:00-17:00 น. โดยมีคู่มวยชกในเวทีนี้ 5 คู่เรียงลำดับดังนี้
  1. มวยไทยชิงแชมป์โลก สถาบัน AITMA (ของมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง) ระหว่าง สิงห์พยัคฆ์ ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง (นักศึกษา) กับ ทริสตัน แคนดิส (ชาวแคนาดา)
  2. มวยสากลพิเศษ 10 ยก (110 ปอนด์)  ระหว่าง คมพยัคฆ์  ป.ประมุข (แชมป์รุ่นไลท์ฟลายเวต WBC) กับ โรเลน เดล คัสติลโย่ (ชาวฟิลิบปินส์)
  3. การป้องกันตำแหน่งแชมเปี้ยนโลกเยาวชนสภามวยโลก WBC รุ่นไลท์ฟลายเวต (105 ปอนด์) ครั้งที่ 2****** ระหว่าง ยอดมงคล  ซีพีเฟรชมาร์ท (แชมป์โลกเยาวชน รุ่นไลท์ฟลายเวต WBC) กับ ลิออนเนล มาร์ค ดูรัน (ผู้ท้าชิงชาวฟิลิบปินส์)
  4. มวยสากลพิเศษ 10 ยก (125 ปอนด์) ระหว่าง เม็ดเงิน ซีพีเฟรชมาร์ท (อดีตแชมป์โลก รุ่นฟลายเวต สภามวยโลก WBC) กับ พิชิต ทวินยิมส์
  5. มวยสากลพิเศษ 10 ยก (147 ปอนด์) ระหว่าง สภาเพชร ส.สกาวรัตน์ (แชมเปี้ยนมวยสากลรุ่นไลท์เวต เวทีลุมพินี) กับ เด่นกมล ภักดียิมส์
เวทีที่ 2 เวทีศิลปะมวยไทย
การแข่งขันในเวทีนี้ประกอบด้วยการแข่งขันไหว้ครู ทักษะมวยและการร่ายรำการไหว้ครู เริ่มแข่งขันรอบแรกเวลา 10:00-12:00 น. และรอบชิงเวลา 13:00-15:00 น. 

เวทีที่ 3 เวทีออกกำลังกายมวยไทย
เป็นการนำท่าทางของมวยไทยกับการไหว้ครูทักษะของกีฬามวยไทย ศิลปะมวยไทย มาเป็นท่าทางประกอบโดยใช้เพลงหรือดนตรีมาประกอบ เริ่มมาจากออกกำลังกายโดยใช้ "แม่ไม้มวยไทย" ต่อมาพัฒนาเป็น "มวยไทยแอโรบิค" ต่อมาพัฒนาเป็น "คีตะมวยไทย" จนปัจจุบันกลายเป็น "นาฎมวยไทย" เริ่มแข่งขันรอบแรกเวลา 10:00-12:00 น. และรอบชิงเวลา 13:00-15:00 น.

ภาพจำลองประกอบบทความ
เวทีที่ 4 เวทีมวยคาดเชือก*****
เป็นการชกมวยไทยในสมัยโบราณ โดยใช้เชือกพันที่หมัดทั้งสองแทนการใช้นวม ปัจจุบันยังมีชกกันอยู่ในประเทศพม่า ส่วนในประเทศไทยใช้้ชกเป็นการแสดงเท่านั้น การชกมวยในเวทีนี้ เริ่มการแข่งขันเวลา 16:00-18:00 น. มีด้วยกัน 4 คู่ เป็นชาวไทย กับ ชาวพม่าแท้  เรียงลำดับ ดังนี้
  1. รุ่น 50 กก. ระหว่าง พงษ์เพชร  เพชรลำจวน (ไทย) กับ จ่อแฮ  เมียวดี (พม่า)
  2. รุ่น 55 กก. ระหว่าง เบียร์ทอง เพชรลำจวน (ไทย) กับ ซิอ่อง ผาอ่าง (พม่า)
  3. รุ่น 60 กก. ระหว่าง กวางเงิน บ.ข.ส.(ไทย) กับ เรมิตอ ย่างกุ้ง (พม่า)
  4. รุ่น 50 กก. ระหว่าง สิงหา เพชรลำดวน (ไทย) กับ เสน่ห์หล่อ ผาอ่าง (พม่า)
เวทีที่ 5 เวทีมวยไทยนานาชาติ*****
เป็นการชกมวยไทยแบบอาชีพ แต่มีผู้ชกเป็นชาวต่างชาติ ต้องมีการไหว้ครูและร่ายรำตามศิลปะประเพณีของไทย แบ่งเป็น 5 ยก ยกละ 3 นาที  พักยกละ 2 นาที การชกมวยในเวทีนี้ เริ่มเวลา 15:30-17:30 น. มีด้วยกัน 8 คู่ ชิงถ้วยรางวัลไหว้ครูสวยงามและศิลปะมวยไทย เรียงลำดับคู่ดังนี้
  1. EDWARD LERBOL กับ SAM ศิษย์สมหมาย
  2. TAKACHILO CHINYA กับ ไข่มุกดำ สพล.สมุทรสาคร
  3. ELIAS ศิษย์ครูเจ๋ง กับ TAKACHI บ้านมวยไทย
  4. ยูริโกะ  แก้วสัมฤทธิ์ กับ น้องแอ้ม  จักรพันธ์ทัวร์
  5. เทซี่ ศิษย์ชะมวง กับ พอลล่า  บ้านมวยไทย
  6. เสือ แก้วสัมฤทธิ์ กับ LION ส.วุฒิชัย
  7. PETER GONCZ กับ รุ่งเพชร  ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง
  8. HUNTER แก้วสัมฤทธิ์ กับ แสนอิสาน จ.เกียรติชนก 
เวทีที่ 6 เวทีมวยไทยสมัครเล่น
เป็นการแข่งขันชกมวยไทยโดยใช้ระเบียบกติกาของสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ผู้ชกจะต้องสวมเครื่องป้องกันศีรษะ ลำตัว ศอก หน้าแข้ง หากเป็นหญิงต้องเพิ่มเครื่องป้องกันหน้าอก ท้องน้อยและอวัยเพศ การแข่งขันเวทีนี้เริ่มการแข่งขัน 16:00-17:30 น. มีคู่มวยทั้งหมด 8 คู่ เรียงลำดับดังนี้
  1. รุ่น 42 กก. ระหว่าง สหรัฐ  จรูญผล (ทีมภาคกลาง) กับ อนุสรณ์ อินทรีย์ (ทีมภาคตะวันตก)
  2. รุ่น 45 กก. ระหว่าง อธิการ แพทย์ผล (ทีมภาคกลาง) กับ หฤทธิ์ อภิบาลศรี (ทีมภาคตะวันตก)
  3. รุ่น 47 กก. ระหว่าง นิลพญา ส.โสพิศ (ทีมถาคกลาง) กับ น้องบิน 13 เหรียญรีสอร์ท (ทีมภาคตะวันตก)
  4. รุ่น 48 กก. ระหว่าง จิราวัฒน์  มาใบ (ทีมภาคกลาง) กับ วิทวัส  ตรีรัตน์ (ทีมภาคตะวันตก)
  5. รุ่น 51 กก. ระหว่าง ศิริเดช ดีบุก (ทีมภาคกลาง) กับ ศุภชัย  เหมทรัพย์ (ทีมภาคตะวันตก)
  6. รุ่น 54 กก. ระหว่าง วุฒิกรณ์  พัฒนา (ทีมภาคกลาง) กับ อดิศักดิ์  สาระวัน (ทีมภาคตะวันตก)
  7. รุ่น 57 กก. ระหว่าง วีระวัฒน์ สุขชัยศรี (ทีมภาคกลาง) กับ วาธพร  คำสุนทร (ทีมภาคตะวันตก)
  8. รุ่น 60 กก. ระหว่าง สมชาย  สพล.สมุทรสาคร (ทีมภาคกลาง) กับ จักรินทร์  ปดิฐพร (ทีมภาคตะวันตก)
ภาพจำลองประกอบบทความ

เวทีที่ 7 เวทีมวยไทยหญิง*****
เป็นการแข่งขันมวยไทยหญิงประเภทอาชีพ เริ่มการแข่งขันระหว่าง 16:00-18:00 น. มีด้วยกันทั้งหมด 8 คู่ และในรุ่น 53 กก.เป็นการชิงแชมป์มวยไทยหญิง 9 ทัพด้วย คู่ชกต่างๆ มีดังนี้ 
  1. รุ่น 49 กก. ระหว่าง น้องบิว ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง กับ น้องมิ้ว 13 เหรียญรีสอร์ท
  2. รุ่น 49 กก. ระหว่าง โสนน้อย ส.บุษบา กับ สาวเมืองอินทร์ ส.โสพิศ
  3. รุ่น 50 กก. ระหว่าง น้องปราย ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง กับ เชือดนิ่มนิ่ม ศิษย์เกรียงไกร
  4. รุ่น 50 กก. ระหว่าง เพชรลัดดา ม.กรุงเทพธนบุรี กับ  น้องอาย อ.วันเชิด
  5. รุ่น 51 กก. ระหว่าง น้องเมล์ ไร่อ้อยเนตรนคร กับ น้องกิ๊บ อ.วันเชิด
  6. รุ่น 52 กก. ระหว่าง น้องมาย  ศิษย์ประกายฟ้า กับ แก่นแก้ว  ศรีกุมาร
  7. รุ่น 53 กก. ระหว่าง น้องบี ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง กับ อารีย์ ส.ธรรมจักร
  8. รุ่น 53 กก. ชิงแชมป์มวยไทยหญิง 9 ทัพ  ระหว่าง ฟ้าสีทอง ม.ราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง กับ น้องแนน เดชรัตน์*******
เวทีที่ 8 เวทีสาธิตมวยโบราณ
เริ่มสาธิต  14:00-15:30 น. อาทิ
  • มวยตับจาก ซึ่งเป็นกีฬาพื้นบ้านยอดนิยมของภาคตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.ชลบุรี เพราะเนื่องจากในอดีตมีการปลูกต้นจากเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันกีฬาประเภทนี้สูญหายไปด้วยเหตุที่ป่าจากมีการปลูกลดลง อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน คือ ใบจากแห้งมาก ปูให้ทั่วพื้นเวทีและเชือกสำหรับขึงเวทีด้วย เวลาเหยียบจะได้ยินเสียงดังกรอบแกรบ ในการแข่งขันจะผูกตาด้วยผ้า มีกรรมการคอยให้สัญญาณเริ่ม นักมวยจะเดินเข้าหาคู่ต่อสู้แล้วต่อสู้กันโดยฟังเสียงจากการเดินและต่อย ใครต่อยเข้าเป้าหรือโดนคู่ต่อสู้ ตามหลักเกณฑ์การให้คะแนน
  • มวยกระพรวน การแข่งขันมวยกระพรวน กติกาคล้ายๆ กับมวยตับจากแต่มวยกระพรวนจะมีกระพรวนผูกที่ข้อเท้าเพื่อฟังเสียงคู่ต่อสู้ว่าอยู่ทางด้านไหน เพื่อเข้าไปหต่อยคู่ต่อสู้ หลักเกณฑ์การให้คะแนนก็ใกล้เคียงกัน
  • มวยไทยไชยา อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี  มีชื่อเสียงมากในสมัยรัชกาลที่ 2 มวยไชยาเป็นศิลปะป้องกันตัว มวยไชยามีลีลางดงามประกอบด้วยวิชาที่ผสมผสานกับอวัยวุธอย่างกลมกลืน และเป็นที่นิยมในปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยเป็นการสั่งสมและมีระเบียบการเรียนการสอน สามารถใช้โจมตีได้อย่างมั่นใจ รวมถึงมีหลักการการป้องกันตัวด้วย ดังมีคำกลอนว่า "หมัดดีโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา"  มีมวยฝีมือดี จนได้รับการยกย่องว่าเป็น เมืองมวย
เวทีที่ 9 เวทีมวยทะเล
เป็นการละเล่นพื้นบ้านของไทยสามารถเล่นได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ซึ่งมีวิธีการเล่นที่แตกต่างจากมวยทั่วๆ ไปคือ จะชกต่อยกันอยู่บนไม้กระดานแผ่นเดียว และถ้าใครตกลงมาจากไม้กระดานก็จะถือว่าคนน้นเป็นฝ่ายแพ้ ส่วนสถานที่เล่นนั้นก็จะเป็นในน้ำหรือริมทะเล เริ่มการแข่งขัน เวลา 13:00-15:00 น.

กิจกรรมอื่นๆ
การประกวดวาดภาพระบายสี, นิทรรศการวิชาการเกี่ยวกับมวยไทย, การจำหน่ายของที่ระลึก ฯลฯ

ศึกมหกรรมมวย 9 ทัพ 9 เวที นี้ เปฺิดให้เข้าชม ฟรี! 
ส่วนที่มาของรายได้ก็คือ จากสปอนด์เซอร์ผู้ให้การสนับสนุน และผู้มีจิตศรัทธาบริจาค และการจำหน่ายบัตร VIP  ในเวทีที่ 1 เวทีกลาง

อ่านต่อ >>